ทำไม “เอาสิ” ถึงเชื่อไม่ได้
พูดไปไม่เสียอะไร
ตอบว่าเอา ไม่ต้องจ่ายเงิน ไม่ต้องทำอะไรต่อ
ตอบแบบนี้ง่ายกว่า
บอกว่าไม่เอา ต้องอธิบาย และอาจทำให้อีกฝ่ายเสียกำลังใจ
เดาอนาคตตัวเองไม่เก่ง
เวลาตอบ เราตอบแบบคนที่เราอยากเป็น ไม่ใช่แบบที่เราจะทำจริงในวันนั้น
ถามเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่งยากกว่า
เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว บอกว่าของใหม่ของคุณต้องไปแทนอะไร และแทนได้จริงไหม ตัวอย่างข้างล่างเป็นบทสนทนาสมมติ
เมนูใหม่
ถามถึงครั้งล่าสุดที่เขาอยากได้ของแบบนั้น แล้วไปหาจากที่ไหน
ถ้ามีของหวาน จะสั่งไหม
สั่งค่ะ
ครั้งล่าสุดที่กินของหวานหลังมื้อเที่ยง กินอะไร ซื้อที่ไหน
ไม่ค่อยกินค่ะ ถ้ากินก็ชาไข่มุกตอนบ่าย ร้านใต้ตึก
ฟีเจอร์ใหม่
ถามถึงครั้งล่าสุดที่เขาต้องทำงานนั้น ทำยังไง ใช้อะไร ติดตรงไหน
ถ้าแอปมีระบบนัดล่วงหน้า จะใช้ไหม
ใช้ครับ สะดวกดี
ครั้งล่าสุดที่ต้องนัดลูกค้า ทำยังไงบ้าง
ทักแชตครับ แล้วจดในสมุด เดือนที่แล้วลืมไปสองนัด
ราคา
ถามว่าตอนนี้เขาใช้อะไรแทน และจ่ายเท่าไร ดีกว่าถามว่าราคานี้แพงไหม
ราคานี้ แพงไปไหม
ไม่แพงค่ะ
ตอนนี้ใช้อะไรแทนอยู่ จ่ายเท่าไร
จ้างน้องข้างบ้านทำค่ะ เดือนละพันห้า
นิวโค้ก กับคำถามที่ขาดไป
- ปี 1985 โค้กจะเปลี่ยนสูตรที่ขายมาเกือบร้อยปี ก่อนเปลี่ยน ให้คนชิมเกือบสองแสนคน
- ผลชัด คนชอบสูตรใหม่มากกว่า ทั้งสูตรเดิมและเป๊ปซี่
- แต่พอวางขายจริง คนโกรธกันทั้งประเทศ ไม่ใช่เพราะไม่อร่อย แต่เพราะของที่ผูกพันมาทั้งชีวิตหายไป
- 79 วันต่อมา โค้กเอาสูตรเดิมกลับมาขาย
- การชิมถามว่า “อันไหนอร่อยกว่า” ส่วนเสียงที่บอกว่า “ถ้าอันเดิมหายไป จะเสียอะไร” ถูกมองข้าม ก่อนเปลี่ยนสิ่งที่ลูกค้าคุ้นเคย ถามเรื่องที่เขาจะเสีย ไม่ใช่แค่เรื่องที่เขาจะได้
เล่าตาม Mark Pendergrast, For God, Country and Coca-Cola (1993)
อันไหนอร่อยกว่า
“ถ้าอันเดิมหายไป จะเสียอะไร”
ให้ดูรูป แต่อย่าถามว่าชอบไหม
แพ็กเกจ หน้าจอ หรือเมนูที่ยังไม่ได้ทำ เอารูปให้ดูได้ แต่ “สวยไหม” “ชอบไหม” ได้ “ชอบค่ะ” แทบทุกครั้ง
- “เห็นแล้วคิดว่ามันคืออะไร”
ถ้าเขาเข้าใจไปคนละเรื่อง เช่น เห็นแพ็กเกจแล้วคิดว่าเป็นของฝาก รู้ตอนนี้ ยังแก้ทัน
- “คิดว่ามีไว้สำหรับใคร”
บอกว่าเขาเห็นตัวเองอยู่ในนั้นไหม
- “ตรงไหนที่ทำให้คิดแบบนั้น”
ถามต่อทุกครั้ง คำตอบนี้บอกว่าต้องแก้ตรงไหน
คำถามที่พบบ่อย
เปิดพรีออเดอร์ ดีกว่าถามไหม
ถ้าทำได้ การที่ลูกค้าจ่ายเงินจริง บอกได้มากกว่าคำว่า “เอาสิ” แต่จะไม่บอกว่าคนที่ไม่ซื้อ ไม่ซื้อเพราะอะไร ต้องคุยต่อ
ให้คะแนน 1–10 ว่าอยากซื้อแค่ไหน ใช้ได้ไหม
ได้ตัวเลข แต่ยังเป็นการเดาอนาคตอยู่ดี ถ้าจะใช้ ให้ถามต่อ “ให้แปด อีกสองคะแนนหายไปไหน”
ถามเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เขาไม่เคยทำเรื่องนั้นเลย
นั่นก็เป็นคำตอบ เขาอาจไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับของใหม่นี้ หรือความต้องการนั้นยังไม่มีจริง