ข้อสรุปที่เชื่อได้ หน้าตาเป็นแบบนี้
- ทุกข้อ ชี้ได้ว่ามาจากคำพูดไหน
จดคำพูดจริงไว้ใต้ทุกข้อสรุป ถ้าชี้ไม่ได้ ก็ยังสรุปข้อนั้นไม่ได้
- แยกสิ่งที่ได้ยิน กับสิ่งที่เราคิดต่อ
“ลูกค้าบอกว่ารอนาน” คือสิ่งที่ได้ยิน “ต้องเพิ่มพนักงาน” คือสิ่งที่เราคิดต่อ เขียนแยกกัน
- ไม่เขียนเป็นเปอร์เซ็นต์
“9 ใน 10 คนที่คุยด้วย” เขียนได้ ถ้าคำถามมีคำตอบชัด “ลูกค้า 90%” เขียนไม่ได้ ทำไม
- เขียนสิ่งที่ยังตอบไม่ได้ด้วย
“เรื่องราคา ยังตอบไม่ได้ ไม่มีใครในคนที่คุยด้วยเคยจ่ายแบบนี้” ก็เป็นข้อสรุปที่มีค่า
- จดไว้ก่อน ว่าคิดว่าจะเจออะไร
เขียนไว้ก่อนเปิดอ่านผล แล้วค่อยเทียบ จะเห็นว่าตรงไหนที่คุณคิดผิด ซึ่งมักเป็นส่วนที่มีค่าที่สุด
หนึ่งข้อสรุป ที่ทำตามกฎ
ข้อสรุปสมมติ จาก ตัวอย่างร้านข้าวกล่อง สิ่งที่ได้ยิน คำพูดที่มา และสิ่งที่เราคิดต่อ อยู่แยกกัน และจบที่สิ่งที่ต้องทำต่อ ไม่ใช่คำตัดสิน
คนที่เลิกสั่งบางคน ไม่ได้เลิกเพราะราคา แต่เพราะไม่ได้เข้าออฟฟิศทุกวันแล้ว
“ย้ายทีมค่ะ ได้ทำงานที่บ้านสามวัน สั่งไปก็กินไม่ทัน”
คนที่ 4 · นาทีที่ 6
ที่เราคิดต่อ แพ็กเกจที่เลือกวันได้ อาจเก็บคนกลุ่มนี้ไว้ได้ ต้องคุยกับคนที่เลิกเพิ่ม เพื่อดูว่าเรื่องนี้ซ้ำไหม
ลูกค้าส่วนใหญ่คิดว่าแพง ควรลดราคา
คนที่เลิกบางคนพูดถึงราคา แต่เมื่อถามต่อ เรื่องที่เปลี่ยนคือวันเข้าออฟฟิศ
กำลังหลอกตัวเอง ถ้าเจอแบบนี้
- ทุกข้อสรุปตรงกับที่คิดไว้ก่อนคุย ไม่มีอะไรทำให้แปลกใจเลย
- มีข้อสรุปที่ไม่มีคำพูดลูกค้ารองรับ
- ใช้คำว่า “ลูกค้าส่วนใหญ่” หรือ “ลูกค้าทุกคน”
- ข้อสรุปจบด้วย “ทำแบบนี้แล้วจะขายดี”
- ไม่มีข้อไหนที่บอกว่ายังตอบไม่ได้
กฎเดียวกันนี้ ทุกข้อสรุป
ในรายงานของ UNFLD ทุกข้อสรุปมีคำพูดลูกค้ารองรับ แตะที่คำพูดไหน ก็เห็นว่ามาจากช่วงไหนของบทสนทนา สิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่คิดต่อแยกกัน และถ้ายังตอบไม่ได้ ก็บอกตรง ๆ
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ AI สรุปบทสัมภาษณ์ได้ไหม
ได้ ถ้าบังคับให้ทุกข้อชี้กลับไปที่คำพูดจริง AI ที่สรุปโดยไม่อ้างคำพูด มักเขียนสิ่งที่ฟังดูดี แต่ไม่มีใครพูด
ต้องถอดเทปทุกคำไหม
ถ้าทำได้ดีที่สุด เพราะต้องอ้างคำพูดจริง ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยจดคำพูดสำคัญแบบคำต่อคำ ไม่ใช่สรุปเป็นคำของเรา
คุยแล้วไม่ได้ข้อสรุปเลย แปลว่าล้มเหลวไหม
ไม่ แปลว่าคำถามอาจกว้างไป หรือคุยผิดกลุ่ม ซึ่งควรรู้ก่อนจะลงมือทำอะไร และบอกตรง ๆ ว่ายังตอบไม่ได้ ดีกว่าแต่งข้อสรุปขึ้นมา